This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ท่องเที่ยวสร้างหลักล้านดอลลาร์ ทำไมหุ้นท่องเที่ยวถึงน่าลงทุน?
หลังจากโควิด-19 หายตัวไป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้กลับมาแรงกว่าเดิม โดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศพุ่งสูงถึง 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมจากปี 2019 ตามข้อมูลจาก WTTC (World Travel & Tourism Council) สถานการณ์นี้ทำให้หุ้นท่องเที่ยวกลับมาเป็นจุดสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสายการบิน โรงแรม หรือแพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์
ในช่วงต้นปี 2026 นี้ หุ้นท่องเที่ยวต่างแสดงสัญญาณของการฟื้นตัวที่มั่นคง แม้บริบทเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน แต่ความต้องการของผู้บริโภคต่อการท่องเที่ยวยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้หุ้นท่องเที่ยวหลายตัวยังกำลังอยู่ในระระหว่างการฟื้นตัวมาจากมูลค่าต่ำของช่วงหลังโควิด
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเลือกหุ้นท่องเที่ยว
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก บวกกับการกลับมาของการเดินทางเพื่อพักผ่อน และการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของหุ้นท่องเที่ยวในช่วงนี้
ในการคัดเลือกหุ้นท่องเที่ยว นักลงทุนควรใช้วิธีวิเคราะห์ “Top-Down Approach” เพื่อเข้าใจภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อน จากนั้นจึงค่อยลงลึกไปที่บริษัทแต่ละแห่ง
วิธีการวิเคราะห์หุ้นท่องเที่ยว ประกอบด้วย:
สภาพเศรษฐกิจและการเติบโต - ติดตามว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงรุ่งเรืองหรือเสื่อมถอย เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับการเติบโตนี้เป็นอย่างมาก
เทรนด์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว - ติดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเช่น ลักษณะการเดินทาง การจองที่พัก และรูปแบบการบริโภค เพื่อทำนายความเป็นไปได้ของการเติบโต
การแข่งขันและความแข็งแกร่งทางการเงิน - ศึกษาจุดแข็งของบริษัท พิจารณาแบรนด์และสินค้าที่มีตำแหน่งเฉพาะ และประเมินความมั่นคงทางการเงิน
ความสามารถในการปรับตัว - บริษัทท่องเที่ยวที่ดีควรมีความสามารถในการปรับตัวตามเทรนด์ใหม่ ๆ เช่น ความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง และการใช้เทคโนโลยีใหม่
การจัดการความเสี่ยง - หุ้นท่องเที่ยวอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกมากมาย เช่น ความเสี่ยงทางการเมือง โรคระบาด และภัยธรรมชาติ ดังนั้นจึงต้องศึกษาปัจจัยเหล่านี้ให้รอบคอบ
9 บริษัทท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต
1. Trip.com Group Limited (TCOM) - ผู้นำด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยวจากเอเชีย
บริษัทนี้เป็นแพลตฟอร์มจองการเดินทางที่ครบวงจรมากที่สุด ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ภายใต้ชื่อ Ctrip.com โดยผู้บริหารระดับสูงจากประเทศจีน บริษัทให้บริการตั้งแต่การจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน รถเช่า จนถึงแพ็คเกจทัวร์ที่เสร็จสมบูรณ์
ในช่วงปี 2025 TCOM แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในจีนและตลาดเอเชีย โดยมีการขยายบริการประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวมทั้งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน
ข้อมูลสำคัญ:
2. Royal Caribbean Cruises Ltd (RCL) - ผู้นำด้านนวัตกรรมในเรือสำราญ
ก่อตั้งขึ้นในปี 1968 โดยกลุ่มเจ้าของเรือชาวนอร์เวย์ บริษัทนี้มีเรือให้บริการ 67 ลำภายใต้แบรนด์ที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นผู้ที่นำหน้าในการคิดค้นนวัตกรรมเรือสำราญ
ในช่วงเดือนมีนาคม 2025 บริษัทรายงานผลประกอบการที่เกินคาด มีกำไรต่อหุ้น $2.71 และได้ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส $0.75 ต่อหุ้น ความต้องการเรือสำราญทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของผู้เดินทางระดับพรีเมียม
ข้อมูลสำคัญ:
3. The Walt Disney Company (DIS) - บริษัทบันเทิงจักรวรรดิที่หลากหลาย
Disney ไม่ใช่เพียงบริษัทท่องเที่ยวท่าวสนุกเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจหลากหลายจากสื่อบันเทิง ภาพยนตร์ และบริการสตรีมมิ่ง ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี
ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 Disney รายงานผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรต่อหุ้น $1.45 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7% และจำนวนสมาชิก Disney+ เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านคน คาดว่าการฟื้นตัวของธุรกิจสวนสนุก รวมกับคอนเทนต์ใหม่ที่จะเปิดตัว จะนำไปสู่การเติบโตต่อ
ข้อมูลสำคัญ:
4. Booking Holdings Inc (BKNG) - ผู้ครองแชมป์ของการจองออนไลน์
Booking.com ชื่อเดิมคือ The Priceline Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือที่แข็งแกร่ง ได้แก่ Booking.com, Priceline, Agoda, KAYAK และ OpenTable ทำให้ครอบคลุมกว่า 2.7 ล้านที่พักทั่วโลก
ในไตรมาส 1 ปี 2025 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 8% และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 22% ซึ่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ฐานลูกค้าแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย
ข้อมูลสำคัญ:
5. Marriott International (MAR) - เครือโรงแรมสากลที่ใหญ่ที่สุด
Marriott ก่อตั้งขึ้นในปี 1927 จากร้านขายเบียร์เล็ก ๆ และขยายธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมในปี 1957 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ในช่วงต้นปี 2025 Marriott รายงาน RevPAR (Revenue Per Available Room) เพิ่มขึ้น 4.1% ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการขยายธุรกิจจากการเข้าซื้อเชนโรงแรม citizenM จากเนเธอร์แลนด์ บริษัทยังได้ประกาศเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาส 6.3% ซึ่งแสดงความมั่นใจต่ออนาคต
ข้อมูลสำคัญ:
6. Carnival Corporation & plc (CCL) - บริษัทเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ก่อตั้งขึ้นในปี 1972 โดย Ted Arison Carnival เป็นเจ้าของแบรนด์เรือสำราญกว่า 10 แบรนด์ ได้แก่ Carnival Cruise Line, Princess Cruises, Holland America Line, Seabourn ซึ่งทำให้มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด
หลังจากวิกฤตโควิด-19 Carnival ได้ปรับโครงสร้างหนี้และกลยุทธ์ใหม่ เข้าสู่ปี 2026 บริษัทแสดงแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องเนื่องจากการจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเปิดตัวเรือใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นและเทคโนโลยีทันสมัย
ข้อมูลสำคัญ:
7. Uber Technologies (UBER) - การขนส่งและ Mobility ในยุคดิจิทัล
Uber เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางและการขนส่ง นอกเหนือจากธุรกิจแท็กซี่แล้ว ยังมี Uber Eats และบริการขนส่งสินค้า
ในไตรมาส 1 ปี 2025 Uber รายงานผลประกอบการเกินคาดการณ์ด้วยกำไรต่อหุ้น $0.83 และผู้ใช้งานมากกว่า 150 ล้านคนต่อเดือน บริษัทกำลังขยายไปยังเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ ซึ่ง CEO ระบุว่าเป็น “โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
ข้อมูลสำคัญ:
8. Expedia Group Inc (EXPE) - ผู้บุกเบิกการจองท่องเที่ยวออนไลน์
Expedia ได้รับการสนับสนุนจาก Microsoft ตั้งแต่ปี 1996 เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลการเดินทางได้อย่างอิสระ ปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือมากมาย ได้แก่ Hotels.com, Vrbo, Orbitz, Travelocity
ในไตรมาส 1 ปี 2025 Expedia รายงานการเติบโตของการจองห้องพักร้อยละ 6 บริษัทเริ่มจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส $0.40 ต่อหุ้น และมีแผนพัฒนา AI เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การจองต่อ
ข้อมูลสำคัญ:
9. United Airlines Holdings (UAL) - สายการบินสหรัฐฯ ขาดทุน 100 ปี
United Airlines ย้อนประวัติได้ไกลถึงปี 1926 เป็นหนึ่งในสายการบินพาณิชย์แห่งแรกของสหรัฐฯ ปัจจุบันมีศูนย์กลางการบินที่สำคัญในหลายเมือง เช่น ชิคาโก เดนเวอร์ ฮูสตัน
ในช่วงต้นปี 2026 United Airlines ยังคงคาดการณ์กำไรต่อหุ้นได้ $11.50 ถึง $13.50 ในปี 2025 แม้จะมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ บริษัทเห็นความแข็งแกร่งในเส้นทางระหว่างประเทศและตลาดระดับพรีเมียม ราคาหุ้นที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอัตราส่วน P/E ทำให้มีโอกาสเติบโตหากสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น
ข้อมูลสำคัญ:
โครงสร้างของหุ้นท่องเที่ยวเหล่านี้มีความแข็งแกร่งแค่ไหน?
ตารางข้างล่างแสดงการเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินของ 9 หุ้นท่องเที่ยว:
จากการดู valuation ของหุ้นเหล่านี้ สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้:
กลุ่ม Valuation ต่ำ (P/E < 20 เท่า): TCOM, RCL, UBER, EXPE, CCL, UAL เหมาะสำหรับผู้ที่มองหามูลค่าสัมพัทธ์ดี
กลุ่ม Valuation สูง (P/E > 30 เท่า): BKNG, MAR แม้จะมีราคาสูง แต่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่อการเติบโตในอนาคต
กลุ่มแพลตฟอร์มดิจิทัล: TCOM, BKNG, EXPE, UBER มีแนวโน้มการเติบโตที่สูงเนื่องจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวออนไลน์
ปัจจัยบวกและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
ปัจจัยบวกสำหรับการลงทุนในหุ้นท่องเที่ยว
ตามข้อมูลจาก WTTC (World Travel & Tourism Council) ปี 2025 เป็นปีที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:
1. ตลาดกำลังสร้างสถิติใหม่ - อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ (10.3% ของ GDP โลก) ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าสถิติก่อนหน้านี้
2. การใช้จ่ายท่องเที่ยวยังแข็งแกร่ง - แม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการเดินทาง คาดว่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ จะเติบโต 3.9% เป็น 1.35 ล้านล้านดอลลาร์
3. การจ้างงานและการเติบโตในระยะยาว - WTTC คาดการณ์ว่าภาคการท่องเที่ยวจะสนับสนุนการจ้างงานเพิ่มขึ้น 14 ล้านตำแหน่ง รวมเป็น 371 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของภาคส่วนนี้
4. อนาคตระยะยาวสดใส - ในปี 2035 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 16.5 ล้านล้านดอลลาร์ (11.5% ของ GDP โลก) ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3.5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยท้าทายที่ต้องดูแล
1. ความเสี่ยงจากภาวะถดถอยเศรษฐกิจ - ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2025 Skift Research ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโต เหลือเพียง 2-5% ในปี 2025 จากเดิมที่คาดไว้ 6-9% เนื่องจากความเสี่ยงของภาวะถดถอยในสหรัฐฯ
2. การฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอ - แม้บางภูมิภาคจะมีตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ จีน และเยอรมนีกลับชะลอตัว
3. ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า - ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ส่งผลให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวลง
4. ปัจจัยภายนอก - ความเสี่ยงทางการเมือง โรคระบาด และภัยธรรมชาติยังคงเป็นการท้าทายที่อาจสร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
กลุ่มหุ้นท่องเที่ยวที่น่าสนใจในช่วงนี้
แพลตฟอร์มจองออนไลน์: Booking Holdings (BKNG) และ Expedia Group (EXPE) ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวออนไลน์และการใช้เทคโนโลยี
บริษัทเรือสำราญ: Royal Caribbean (RCL) มีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และ Carnival (CCL) มีโอกาสฟื้นตัวสูงจากระดับราคาปัจจุบัน
บริษัทที่มีความหลากหลาย: Disney (DIS) มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีจากธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากท่องเที่ยว
ตลาดเฉพาะทาง: Trip.com (TCOM) ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในเอเชีย โดยเฉพาะจีน
วิธีการลงทุนในหุ้นท่องเที่ยวสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจลงทุนหุ้นท่องเที่ยว มีหลายทางเลือกที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน:
วิธีที่ 1: ซื้อหุ้นท่องเที่ยวจริงผ่านแอปสื่อกลาง
การซื้อหุ้นจริงผ่านแอปผู้ให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ เช่น Dime หรือ Innovest X เป็นวิธีที่ให้นักลงทุนเป็นเจ้าของหุ้นจริงพร้อมสิทธิของผู้ถือหุ้น
ขั้นตอน:
วิธีนี้เหมาะสำหรับการถือหุ้นท่องเที่ยวในระยะยาว แต่ต้องใช้เงินเต็มจำนวน
วิธีที่ 2: ใช้สัญญาอนุพันธ์อ้างอิงราคาหุ้น (CFD)
การลงทุนผ่านสัญญาอนุพันธ์เช่น CFD (Contract for Difference) ช่วยให้นักลงทุนเก็งกำไรบนความเคลื่อนไหวของหุ้นท่องเที่ยวทั้งทิศขาขึ้นและขาลง โดยใช้อัตราทดเพื่อเพิ่มการทำกำไร
ขั้นตอน:
วิธีนี้มีความคล่องตัวสูง สามารถทำกำไรในช่วงสั้นๆ แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
สรุป
หุ้นท่องเที่ยว ถูกมองว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่ควรพิจารณาลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเฟื่องฟูและกลับสู่สภาวะก่อนโควิด หุ้นหลายตัวในกลุ่มนี้ยังคงอยู่ในระระหว่างการฟื้นตัว ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหามูลค่า
ความสำคัญคือการเลือกหุ้นท่องเที่ยวให้เหมาะกับประเภทนักลงทุนและเป้าหมายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล หรือการเก็งกำไรระยะสั้น โดยใช้สัญญาอนุพันธ์ สำหรับนักลงทุนที่มีความหนักแน่นในการวิเคราะห์และการจัดการความเสี่ยง หุ้นท่องเที่ยวในหมวดนี้อาจเป็นส่วนเติมเต็มที่น่าสนใจให้พอร์ตของพวกเขา